The Love Letter จดหมายรัก!

posted on 30 Aug 2008 23:02 by syramed

พอดีได้อ่านหนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับจดหมายรัก 

อ่านไปแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เพราะถ้อยคำเหล่านี้ในจดหมายช่างโรแมนติกเหลือเกิน 

"เมื่อคืนฉันเขวี้ยงหนังสือออกหน้าต่าง ฉันพยายามลืม คุณคือความผิดพลาดทั้งหมดสำหรับฉัน ฉันรู้ดี แต่ฉันไม่ได้สนใจความคิดของฉันมากนักหรอก นอกจากคิดถึงคุณ

เมื่อเห็นคุณ เมื่ออยู่ใกล้ชิดคุณ ฉันรู้สึกถึงเส้นผมหอมกรุ่นของคุณที่ปลิวมาแตะแก้มฉัน แต่ฉันไม่มีวันนั้นอีกแล้ว ฉันถอนใจจากคุณในบางครั้ง แต่แล้ว ฉันก็ต้องย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องเก่าๆของเราอีก

ยามที่ฉันผูกเชือกรองเท้า ยามที่ฉันปอกเปลือกส้ม ขับรถ หรือเอนกายนอนลงในแต่ละค่ำคืนที่ไม่มีคุณ ฉันกลับยังจดรำลึกได้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างเรา...มันคงเป็นอยู่เช่นนี้ตลอดไป" 

เฮ้อ! นึกอยากจะมีคนเขียนจดหมายรักให้บ้างจัง

ถึงแม้ว่าการเขียนจดหมายจะเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว 

แต่มันเป็นการแสดงถึงความตั้งใจที่จะบรรจงถ่ายทอดถ้อยคำที่โรแมนติกเหล่านั้นลงบนกระดาษเชียวนะคุณ

และการรอคอยอีกด้วยเล่า

อ่านจบแล้ว เรามาเขียนจดหมายรักกันดีไหมคะ?

We are just tracing

posted on 16 Aug 2008 09:07 by syramed  in Love

นี่เรากำลังทำอะไรอยู่?

เธอรู้สึกเหมือนกับฉันบ้างไหม?

ทำไมเราต้องคอยอีกฝ่ายนึงให้เริ่มก่อนตลอดเวลา

กลัวเสียฟอร์ม?

คำตอบของฉันก็คือ กลัวว่าเธอจะไม่คิดอย่างเดียวกับที่ฉันคิดมากกว่า

สำหรับเธอฉันไม่รู้นะว่าคิดอย่างไร

แม้ว่าจะชอบเธอมากแค่ไหน แต่ก็ต้องทำว่าเราเป็นได้แค่เพื่อนกัน

แค่การได้เป็นเพื่อนกับเธอมันก็วิเศษสุดๆแล้ว ฉันชอบคุยกับเธอแบบนี้มากกว่า

เมื่อวานนี้ดีใจนะ ดีใจจริงๆที่ได้เจอเธออีกครั้ง

ขอบคุณที่อุตส่าห์นั่งรอฉันจนทำแล็บเสร็จ

เธอ...ดูดีนะ

ขอบคุณที่อุตส่าห์นั่งรอเพื่อที่จะพูดคุยทักทายกันเล็กน้อย

แล้วเธอก็ไป...

โอเค ฉันรู้ว่าเธอมีธุระจริงๆที่ต้องไป ก็เลย ขอบคุณนะ

เมื่อคืนนี้ก็เหมือนกัน

เธอถามฉันว่า พรุ่งนี้ว่างไหม

มันคงจะง่าย ถ้าฉันตอบเธอไปว่า โอเค ว่าง

แต่อะไรไม่รู้มาดลใจ ฉันบอกเธอไปว่า ยังไม่รู้เหมือนกัน ทำไมหรอ

เธอพูดสั้นๆแค่ว่า ไม่มีอะไรหรอกถามดูเฉยๆ

แล้วฉันก็ถามเธอคืน เธอบอกว่า ตอนเย็นต้องไปรับเพื่อนที่สนามบิน แต่ตอนกลางวันก็ว่างๆ

ถามทีเถอะ ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม

เธออยากให้ฉันพูด

แต่ฉันรู้ว่าเธออยากให้ฉันพูดฉันก็เลยเลือกที่จะเปลี่ยนประเด็นเรื่องอื่นไป

We are tracing จริงๆ

เฮ้อ แต่ก็ว่าแหละ

บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้

แล้วกลายเป็นฉันคนเดียวที่คิด

ไม่อยากเจ็บนะ เลยพยายามไม่คิดอีกแล้ว

ฉะนั้น ฉันจึงต้องบอกกับตัวเองว่า

"เธอ...เราเป็นเพื่อนกันอย่างนี้แหละนะ :)"

 

come as you are, as a friend, as an old enemy

posted on 06 Aug 2008 00:19 by syramed  in Life
เคยดูละครน้ำเน่าหลังข่าวภาคค่ำ ที่นางเอกโดนนางร้ายตบตี กลั่นแกล้งสาระพัด แล้วสุดท้ายเมื่อนางร้ายโดนกรรมตามสนอง นางเอกก็ช่วยเหลือพร้อมกับให้อภัยนางร้ายตัวนั้นได้
ดูจบก็ถึงกับหงุดหงิดนางเอกทีเดียว แล้วนึกในใจว่า "โง่ จริง มันทำขนาดนี้แล้วยังไปให้อภัยมันอีกนะ"
ที่เกริ่นข้างต้น ไม่ได้ต้องการเปรียบเทียบว่าตัวเราเป็นนางเอกแต่อย่างใด
ถ้าจะพูดตามจริงแล้ว
เราเองก็ไม่ใช่คนดีแบบนางเอ๊ก นางเอก
แต่เพราะว่าเราเป็นคนที่เจ็บและ "จำ" จริงๆ
จำไว้เยอะมาก จนปวดสมอง
เคยคิดว่า "จำ" แล้วจะ "ใช้คืน" ในภายภาคหน้าด้วยซ้ำ
 
แต่เมื่อการ "ใช้คืน" มาถึง เรากลับไม่รู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เพื่อประโยชน์อะไรหรือที่ "จำ" เพื่อจะต้องไป "ใช้คืน"?
ได้ความสะใจเช่นนั้นหรือที่เราต้องการ?
 
คุณอาจจะไม่เข้าใจ ก็คงเหมือนเราที่ไม่เคยเข้าใจนางเอกในละคร
แต่เมื่อเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว เราก็พร้อมที่จะ "ให้อภัย"
ไม่มีประโยชน์เลยที่จะอาฆาตแค้น
 
เรามองเห็นหยดน้ำตาไหลอาบแก้ม และใบหน้าที่เเสดงความปวดร้าวของคนๆนั้น
ความแค้นที่มีมาก็มลายหายไปในพริบตา
ความเป็นมนุษย์จึงเข้ามาแทนที่ เราได้เห็น และเข้าใจอะไรๆมากขึ้น
และนั่นเองที่เรารู้สึกเหมือนได้ "ปลดแอก" เสียที
เพราะไม่ใช่เขาที่"ใช้คืน" แต่เป็นตัวเราต่างหากเล่า!
 
"so come as you are, as you were, as I want you to be

as a friend, as a friend, as an old enemy." Kurt Cobaine , Nirvana, Nevermind Album